อย่ายุ่ง...(part 2)

posted on 22 Jun 2008 15:42 by jkforjomkaew

เมื่อวานวิมโทรมาคุยด้วย

ก็คุยกันเรื่องงานแต่งงานว่า วิมจะพยายามหาทางกลับมาวันที่ 5 ให้ได้ ซึ่งเราก็บอกมันไปว่า ไม่ต้องเอาจริงเอาจังจนเสียเรื่องรับปริญญานะ เดี๋ยวเชิญคุณพ่อคุณแม่แล้วถ่ายรูปอวดก็ได้

วิมมันก็เล่าว่า มีเพื่อนมันที่ Leeds ที่มันไปปรึกษาว่า จะทำไงดี คุณเธอก็บอก

"เพื่อนแกนี่ก็บ้าเนอะ แต่งงานวันพ่อ"

 

เอ.... ได้ข่าวหล่อนกะชั้นไม่รู้จักกัน พูดไปเรื่อยเฉื่อยแบบนี้นี่คน (ที่ไม่ได้เป็นมิตรกัน) เค้าเรียกว่าอะไรนะ

"ผีเจาะปาก" ป่ะ??

 

สงสัยเหตุผลนัก... ว่ายัยนั่นมีเหตุผลอะไรมาหาว่าชั้น "บ้า" ที่ "แต่งงานวันพ่อ"

 

วันพ่อนี่มันไม่มงคลตรงไหนเหรอ???

นอกจากเหตุผลว่า วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม เป็นวันนึงที่ดีมากของปีแล้ว

การที่วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ "ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท" ของพวกเรา ยิ่งทำให้วันนี้เ็ป็นวันที่ดีที่สุด และถ้าเราอยากน้อมรับความมงคลของวันนี้ มาเป็นสิริมงคลในวันเริ่มต้นชีวิตคู่ เป็นเรื่องไม่สมควรเหรอ?

ชั้นไม่ได้จัดงานช้าง อลังการดาวล้านดวง ชนิดจุดพลุ ปล่อยบอลลูน ฯลฯ เพื่อเทียมเบื้องสูงแม้แต่น้อย

ก็แค่งานแต่งงาน แค่งานแต่งงานจริงๆ พิธีไทย แล้วก็กินข้าวเที่ยง และขออาศัย "ละออง" สิริมงคลแห่ง "วันขององค์กษัตริย์ที่ดีที่สุดในโลก" มาให้กับคู่ของเรา

สิ่งเดียวที่อาจจะเป็นอุปสรรคของวันนี้ คือ ข้าราชการระดับสูงๆอย่างเพื่อนแม่เพื่อนพ่อบางคนจะมางานไม่ได้ เพราะต้องไปถวายพระพรฯ ซึ่งก็ไม่เป็นไง เพราะเค้าก็บอกเองว่า ดีกว่าต้องหาฤกษ์ใหม่ "เสาร์อาทิตย์ธันวาเต็มหมดแล้วป่านนี้ ไม่เป็นไรหรอก ไว้ชวนเจ้าแป้งกับตาบอมมากินข้าวกัน"

หรือถ้าไม่ได้พูดถึง aspect ที่เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ก็คือเป็นวันพ่อ... แล้ววันพ่อนี่เค้าห้ามจัดงานมงคลด้วยเหรอ?????

 

ไม่เข้าใจ... 

 

อยากเชิญยัยนั่นมางานชั้น แล้วเดี๋ยวเปิดห้องอัญเชิญให้อยู่ีรองานเย็นที่จัดต่อจากชั้นเลย อย่าลืมไปกล่าวว่าบ่าวสาวงานนั้นด้วยนะ อ้อ ถ้าว่าง ลองตระเวนไปโรงแรมแถวนั้นอ่ะ เต็มเลย

....มีคนให้หล่อนว่าว่า "บ้า" ได้เพียบแน่คืนวันนั้น 

 

จะ 25 ปีนี้แล้ว เพิ่งจะสรุปได้ตอนจะแต่งงานนี่เองว่า มีคนชนิดที่ดูถูกการตัดสินใจของคนอื่นเยอะมาก

ตัดสินได้จาก เวลาแค่ไม่ถึงอาทิตย์ก็มีคำพูดเหล่านี้เข้าหูเรามาแล้วสองครั้งอ่ะ...!!!

 

นี่กะลังจะเลือกผ้าตัดชุดไทย แม่เลยบอกว่า ก็ เลือกดีๆละกัน

เดี๋ยวจะมีคนมาพูดโน่นพูดนี่ ผ้าแถบแบบที่ชอบพี่แอฟ (ทักษอร) ใส่ ก็อย่าใส่เลย สีก็เลือกอย่าให้ใครเค้ามาพูดไม่ดีใส่หูได้ จริงๆเราชอบโทนสีกะปิ ก็ให้คิดดูดีๆ ถึงเราไ่ม่คิดมากกะมัน แต่ถ้าจะเลือกจริงๆก็ทำใจด้วยว่าต้องมีคนพูดแน่ๆ ทำนอง อุ๊ย ทำไมใส่สีม่วง

 

เซ็งว่ะ

edit @ 22 Jun 2008 18:17:27 by JK for Jomkaew

อย่ายุ่ง...

posted on 18 Jun 2008 12:45 by jkforjomkaew

(สิ่งที่พูดในบล๊อกนี้ทั้งหมดเกิดจากอารมณ์บูด และความเอาแต่ใจทั้งสิ้น มิได้บอกว่าบุคคลอื่นที่กล่าวถึงเค้าไม่ได้หวังดีแต่อย่างใด....เพียงแต่กรูโมโหเท่านั้น!!) 

ได้วันแต่งแล้ว ... ค่อนข้าง confirm แน่แล้ว

เป็น 5 ธันวา ที่ดุสิตธานี พิธีไทยทั้งหมด แล้วกินเที่ยงกัน แล้วก็เสร็จ

ก็โทรบอกผู้ใหญ่คนสนิทๆไปว่า วันนี้ ที่นี่ ส่วนใหญ่ก็ อ๋ออออ เพราะรุ่นนั้นเค้าคุ้นกับดุสิตกันพอควร (แต่งที่นี่กันมาตั้งกะรุ่นแม่รุ่นป้า... ดังนั้น จึงถือเป็น advantage หนึ่งที่เลือกที่นี่ ไม่ต้องมานั่งอธิบายมาก)

แต่ก็ยางงงงง มีคนนึงมา"ยุ่มย่าม"กะการตัดสินใจของเรา

she: "ไหนบอกจะจัดบนเรือ..." 

ฉัน: "หนูอยากให้พิธีกะทานข้าวเสร็จที่เดียวเลย แต่ถึงจะหอบลงเรือกันไปทำทุกอย่าง ก็ได้ข่าวมันจุได้ไม่ถึง 250 อ่ะค่ะ แขกหนูยังนับไม่เสร็จด้วย ตอนนี้อาจจะบานเป็น 300"  

she : "โห ทำไมเอาดุสิตธานีอ่ะ ทำไมไม่เอาโรงแรมฝรั่งใหม่ๆ พี่ชอบพลาซ่าแอทธินี"

ฉัน : (แต่กรูไม่ได้ชอบ ไม่ได้เป็น the must ของกรู แต่ขี้เกียจพูด) "เอ่อ... มันจองได้ดุสิตธานีอ่ะค่ะ" 

she : "ดุสิตธานีเก่าจะตาย ก็ชอบเรือทำไมไม่เอาริมแม่น้ำ พวกโอเรียนท่อลลลลล หรือเพนนินอะไรอย่างนั้น"

ฉัน : (มาอีกละ....กรูเกลียดโอเรียนท่อลลลล เกลียดท่าทางคนของแม่งที่คิดว่าตัวเองดีกว่าลูกค้า (เทรนกันให้เป็นบุคลิกนี้ทั้งหมดรึ??) และสำหรับเพนนิน เชิญแกจ่ายให้ชั้นสิ..... เพนนินเนี่ย ยังไม่ทันจะมีอะไรเพิ่มก็สี่ห้าแสนแล้วได้ข่าว ของตูไม่ใช่แค่กินเย็นนะเ่ว่ย พิธีอื่นเพิ่มมามันคิดรวมกันแล้วอีกเป็นหลายยยยยยยยหมื่นมากๆ ไ ม่ เ อ า เ ว่ ย!!!) "ไม่อ่ะค่ะ มันแพง"  

she : "โห่ แฟนนักบินจัดเท่าไหร่ก็ได้"

ฉัน :   ....

โว้ย

ไม่เข้าใจอย่าง

ใช่ แฟนกรูนักบิน

แต่ไมชั้นต้องทุ่มเงินเกินครึ่งล้านเพื่อเอาใจแกครึ่งวันวะ???????????  ฉันเอาเงินไปซื้อของแต่งบ้านฉันเพิ่มดีกว่าไหม????????? งานนี้มันงานผู้ใหญ่ ก็จัดแบบผู้ใหญ่ๆ เพื่อนตูก็เลี้ยงแยก เพราะงั้นไม่ต้องฮิปเก๋เอาใจพวกมันหรอก

(หมายเหตุ... ว่าแล้วก็ขอชม แบบ Residence ของพี่โบว์แกอ่ะบี... เก๋สาดดดดดด เป็นไรที่รุ่นเราไปจนถึงรุ่นพี่สาวแกอ่ะชอบแน่ๆ เพราะมันเก๋มากๆ ชั้นยังชอบเลย  ... จริงๆอยากขอก๊อปปี้ แต่ได้ข่าวแพงสาดดดดดดดดดดดดดดดดด)

ทำไมชอบคิดว่า "แฟนนักบิน" นี่สามารถเอาเงินมาใช้เล่นได้สบายๆรึไง???

ไม่กะเอาเงินไปทำอย่างอื่น (เช่นซื้อของแต่งบ้านอย่างที่อยากได้ ซื้อรถ ไปเที่ยวบ่อยๆ หรือซื้อของฟุ่มเฟือยที่"ตัวเอง"ได้ใช้จริง หรือของที่มันได้ใช้นานๆ) รึไงคะ???

แฟนกรูเงินเข้าเดือนละเยอะๆก็จริง...แต่อย่ามายุ่งกะรายจ่ายที่ "เรา" ตัดสินใจได้ไหม????  

เซ็งว้อย

ฉันแต่งงานเนี่ย "ฉัน"แต่งกะ "แฟนฉัน" แฟนฉันจ่าย ไม่ใช่คุณจ่าย และแฟนฉันก็จ่ายจากการตัดสินใจของ "เรา" เพราะฉะนั้นอย่ามา...ทำไมไม่ตรงโน้น ทำไมไม่ตรงนี้

เ็ซ็ง....

P.S. she บอกว่า ถ้าจัดดุสิตแล้วไม่เอาโต๊ะจีนไม่ต้องมาเชิญ  อยากบอกมากเลยว่า ไม่ชอบโต๊ะีจีนที่สุดแ้ล้ว ตั้งแต่เด็กแล้วที่รู้สึกว่า โต๊ะจีนเป็นมื้ออาหารที่จะเห็นสันดานคนได้เป็นอย่างดี รำคาญว่ะ.... ต่างคนต่างกินเป็น int'l buffet ยังถูกใจ(เรา)มากกว่า

P.P.S. พูดแล้วก็แอบน้อยใจปนโกรธนิดๆ แล้วดุสิตธานีนี่มันไก่กาตรงไหนวะ??? เห็นคนก็แต่งกันโครมๆ ตั้งแต่คนรุ่นก่อนที่แถวนี้มันมีอยู่ไ่ม่กี่โรงแรมเอง เอราวัณ(ก่อนไฮแอทจะมา take over) โอเรียนเต็ล สยามอินเตอร์คอนติเนนทัล (พารากอน ณ ปัจจุบัน) แล้วก็ดุสิตธานี นิ??? ถึงดุสิตหลังๆมันจะหรูสู้เอราวัณกะโอเรียนเต็ลไม่ได้แล้ว แต่ก็เห็นครอบครัวของคนรุ่นเก่าๆที่เค้าคุ้นเคยก็ยังแต่งอยู่นา อาทิ ธนพ เอี่ยมอมรพันธุ์ (ร้าน Frank Jewelry) ก็แต่งแฟนที่นี่ แล้วคนที่ทำให้เราไม่ได้ 7 ธันวาอย่างวีเจแอนนี่ (ที่เสียงง๊องแง๊งๆ เด็กอักษรอิตาเลี่ยน) ก็แต่งที่นี่ แล้วมันไก่กาตรงไหนฟะ??? หรือกรูต้องละลายเงินแบบเฮียภารดรกะน้องหนูนาตาลี หรือแบบทาทาเพื่อให้คนลือ??

P.P.P.S. โรงแรมฝรั่งใหม่ๆมันเพิ่งจะมาช่วงสักสิบปีหลังนี่เองมั้ง แล้วไมตูต้องไปโรงแรมฝรั่งตามเค้าด้วยวะ??? ไ่ม่ได้บอกว่าโรงแรมฝรั่งไม่ดี มันดีอยู่แล้วเพราะมันเป็นฝรั่ง แต่กรูชอบดุสิตนี่หว่า.... 

ไมต้องกูมึง?

posted on 16 Jun 2008 23:26 by jkforjomkaew

เื่มื่อวันเสาร์ไปดูกังฟูแพนด้ามา... ขำสาด

ได้อารมณ์เหมือนตัว scrat ใน Ice Age ที่ตรากตรำแต่....ขอโทษเถอะว่ะ แกขำโคตร

 

แต่เรื่องของเรื่องคือ ได้ดู trailer (version ในโรงหนัง) ของ "รัก/สาม/เศร้า"

ขอออกตัวก่อนว่า เราอยากดูเรื่องนี้เพราะเพื่อนเก่าที่โรงเรียนเล่น (ไอ่ก้อย รัชวิน)

แต่ trailer ทำให้รู้สึกแปลกๆ และเริ่มไม่แน่ใจว่าไปดูจะดีเหรอ

เรารำคาญที่มันกูมึงตลอดอ่า.... 

ไม่ใช่ว่าตัวเองไม่เคยพูดนะ ไอ่กูมึงเนี่ย แต่เท่าที่จำได้ เราพูดเฉพาะเวลาอารมณ์ขึ้น หรือเมามัน หรือ"กู"เกิดอยากจะพูดเท่านั้น ไม่ใช่ตลอด แบบ ตอนเก๊กซิมก็ํยังอุตส่าห์จะฮาร์ดคอร์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนหารือกะเพื่อนเรื่องเพื่อนอีกคนที่มาชอบตัวเองแต่เพื่อนคนที่คุยอยู่มันก็ชอบเพื่อนคนนั้นอยู่ด้วย (งงป่ะ?)

trailer ในโรงมันกูมึงถี่จนน่ารำคาญจริงนา

แต่อันในทีวีมันเหลือแค่ "เราชอบเค้า แต่เค้าไม่ได้ชอบเรา" เออ ก็แปลก ก็เข้าใจว่าไม่งั้นคงไม่รอดจากกบว.ของสื่อโทรทัศน์ แต่ก็ขำไง ตกลงหนังเรื่องนี้มันจะแก่กูมึงจริงป่ะเนี่ย??? จะได้ไม่ดู รำคาญ

 รำคาญที่คอนเซปต์หนังดัน stereotype เด็กอาร์ทว่าต้องพูดกูมึงเท่านั้น.... แต่ได้ยินบ่อยๆถี่มากๆมันก็รำคาญเหมือนกันนะเว่ย!!!

หรือชั้นฝังใจกะไอ่ก้อยที่ไม่เคยได้ยินมันกูมึง(สมัยโรงเรียน) พอฟังมันพูดเลยขัดหู???

แม่ที่เป็นเด็กมัณฑณศิลป์เหมือนกัน (แต่เป็นชนิด "ไม่ต้องกูมึงก็เป็นเด็กอาร์ทได้ย่ะ") พอได้ยินปุ๊บ บ่นเลย

"เดี๋ยวนี้ภาษาแบบนี้มันกลายเป็นที่ยอมรับขนาดเอามานำเสนอในภาพยนตร์แล้วเหรอ?" 


...สงสัยจะเป็นงั้นแหล่ะแม่